ภาวะของแพงในญี่ปุ่น ร้านอาหารไทยควรปรับเมนูและราคาอย่างไร

column

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟ ค่าก๊าซ และค่าแรงในญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ร้านอาหารไทยขนาดเล็ก มักเจอปัญหา “ต้องปรับราคา/เมนูบ่อย” แต่ก็กลัวลูกค้าประจำไม่เข้าใจ

บทความนี้เหมาะกับ:

  • เจ้าของร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นที่ต้นทุนเพิ่ม แต่ยังลังเลเรื่องการขึ้นราคา
  • ร้านที่อยากปรับเมนูให้ทำงานง่ายขึ้น ลดของเหลือ ลดต้นทุน
  • ร้านที่อยากรักษาลูกค้าประจำ พร้อมดึงลูกค้าใหม่แบบไม่ต้องลดราคาแข่ง

1) อย่าขึ้นราคาทุกเมนูพร้อมกัน

เมื่อของแพงขึ้น หลายร้านเลือกขึ้นราคา “ทุกเมนูเท่ากัน” แต่จริง ๆ แล้ว วิธีนี้ เสี่ยงที่สุด เพราะกระทบเมนูยอดนิยมของลูกค้าประจำโดยตรง และลูกค้าอาจรู้สึกว่า “ร้านแพงขึ้นทั้งร้าน” ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร

แนวทางผลที่มักเกิด
ขึ้นราคาทุกเมนูเท่ากันลูกค้ารู้สึกแพงขึ้นทั้งร้าน / ความไม่พอใจเกิดง่าย
ปรับเฉพาะเมนูที่ต้นทุนขึ้นหนักกระทบลูกค้าน้อยกว่า / อธิบายเหตุผลได้ชัด
คงราคาเมนูยอดนิยมไว้ก่อนรักษาความรู้สึกของลูกค้าประจำได้ดี

สรุปสั้น ๆ: ขึ้นราคาแบบ “เป็นจุด ๆ” ดีกว่าขึ้นแบบ “ทั้งหน้าเมนู”

2) ก่อนขึ้นราคา ลองปรับโครงสร้างเมนูก่อน

บางครั้ง แค่จัดเมนูใหม่ ก็ช่วยเพิ่มกำไรได้ โดยไม่ต้องขึ้นราคาเลย เช่น ตัดเมนูที่ขายน้อย ลดวัตถุดิบเฉพาะทาง หรือทำให้วัตถุดิบใช้ร่วมกันได้หลายเมนู

เช็กลิสต์จัดเมนู (ลองติ๊กดู)

  • มีเมนูที่แทบไม่มีคนสั่งไหม
  • มีเมนูที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะ ทำให้สต็อกยากไหม
  • มีเมนูที่ใช้เวลาทำเยอะ แต่กำไรบางไหม
  • มีวัตถุดิบที่ซื้อแล้วเหลือทิ้งบ่อยไหม
ปัญหาที่พบบ่อยแนวทางแก้
วัตถุดิบผันผวน / ราคาขึ้นลงแรงทำเป็นเมนูตามฤดูกาล หรือเมนูพิเศษ
วัตถุดิบเฉพาะเมนูเดียวปรับสูตรให้ใช้ร่วมกันได้หลายเมนู
เมนูต้นทุนสูงทำเป็น “เซ็ตเท่านั้น” หรือจำกัดจำนวนต่อวัน

3) การขึ้นราคาจะได้ผล ต้องมีเหตุผลและจังหวะที่ดี

ลูกค้าไม่ได้โกรธเพราะราคาแพง แต่โกรธเพราะ ไม่เข้าใจว่าทำไมแพงขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญคือ “คำอธิบาย” และ “จังหวะ”

ตัวอย่างการสื่อสารที่ลูกค้ายอมรับได้

  • ไม่แนะนำ: “ต้นทุนสูงขึ้น จึงต้องขึ้นราคา”
  • แนะนำ: “ช่วงนี้ราคาวัตถุดิบอย่าง (เช่น เนื้อ/ข้าว/น้ำมัน) ปรับขึ้น จึงขอปรับราคาเล็กน้อย เพื่อคงคุณภาพและรสชาติเดิม”

จังหวะที่เหมาะสำหรับการปรับราคา

  • ตอนปรับเมนูใหม่ / เพิ่มเมนูใหม่
  • ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล
  • ตอนปรับปรุงสูตร หรือเพิ่มคุณภาพ/ปริมาณ

4) ออกแบบเมนู โดยคิดเผื่อการปรับราคาในอนาคต

ยุคนี้ร้านอาหารต้อง “ปรับได้ง่าย” เพราะต้นทุนเปลี่ยนเร็ว การทำเมนูแบบแก้ไขยากจะกลายเป็นภาระทันที

เทคนิคทำเมนูให้แก้ง่ายเหตุผล
แยกให้ชัดว่า “รวมภาษี/ไม่รวมภาษี”ลดความสับสน และลดคำถามหน้าร้าน
ตั้งราคากลม ๆ (เช่น 1,000 เยน)ดูเป็นระบบ และปรับง่ายกว่า
ใช้ QR เมนู + เมนูกระดาษแก้ราคาเร็ว แต่ยังสะดวกสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม
ใช้บอร์ด/การ์ดราคาแบบสลับได้ไม่ต้องพิมพ์ใหม่ทั้งเล่มทุกครั้ง

5) อย่าพยายามแข่งที่ “ราคาถูก”

ในช่วงของแพง ถ้าพยายามถูกกว่าร้านอื่นตลอด ร้านจะเหนื่อยและอยู่ไม่ได้นาน สิ่งสำคัญคือทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ราคานี้สมเหตุสมผล”

สิ่งที่ควรสื่อแทนการแข่งราคา

  • ความคุ้มค่า (ปริมาณ/คุณภาพ)
  • ทำสด/ทำใหม่ ไม่ใช่แค่ความเร็ว
  • รสชาติไทยแท้ และความใส่ใจในรายละเอียด
  • เจ้าของร้านดูแลเอง ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ

สรุป

การปรับราคา ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นการตัดสินใจทางธุรกิจที่จำเป็นในยุคนี้ สำคัญคือปรับอย่างมีแผน และสื่อสารอย่างจริงใจ

  • อย่าฝืนจนร้านเหนื่อย
  • ปรับทีละนิด อย่างชาญฉลาด
  • อธิบายเหตุผลให้ลูกค้าเข้าใจ

หัวข้อที่ต่อยอดเป็นซีรีส์ได้ (แนะนำ)

  • ตัวอย่างป้าย/ข้อความแจ้งขึ้นราคาแบบนุ่มนวล (ลูกค้ายอมรับ)
  • เช็กลิสต์ลดต้นทุนสำหรับร้านอาหารไทย (สต็อก/เมนู/แรงงาน)
  • แนวทางปรับราคาตามประเภทร้าน: ข้าวแกง / ตามสั่ง / ร้านไทยแท้ / คาเฟ่ไทย

ปรึกษาเราได้ง่าย ๆ ผ่าน LINE

ไม่ว่าคุณจะกำลังเตรียมเปิดร้านใหม่
ต้องการลูกค้าเพิ่ม หรือออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์
สามารถติดต่อสอบถามได้ทันทีผ่าน LINE

LINE追加
タイビジネス支援ならAsias|集客・デザイン・開業サポート